ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
มีนาคม 22, 2019, 11:31:46 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม , นัดหมายติดตั้ง Tel 089-203-9172 (พี)

+  Po-40 : กระดานสนทนา
|-+  Articles - บทความ
| |-+  บทความเกี่ยวกับรถยนต์
| | |-+  เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ Sienta BY Po-40
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ Sienta BY Po-40  (อ่าน 12691 ครั้ง)
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 04:07:21 PM »



บทความ เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ Sienta โดย  Po-40

กระทู้นี้จะเป็นการนำเอาเกร็ดสาระความรู้
ที่เกี่ยวกับรถ Sienta มาแบ่งปันกัน
ซึ่งบางหัวข้อจะ กล่าวถึงปัญหาในการใช้งานที่เจอกันโดยทั่วไป
และแนวทางแก้ไขเบื้องต้น

หรือเป็นข้อมูล ในการงาน อุปกรณ์ของตัวรถ

หากในหัวข้อไหนที่ผม เขียนข้อมูลตกหล่นไป
หรือคลาดเคลื่อนไปจาก ข้อมูลที่ถูกต้อง
รบกวนแจ้งเข้ามาได้ เพื่อจะได้ทำการปรับแก้
ให้เป็นข้อมูลถูกต้องครับ

โดยหัวข้อต่างๆ จะนำมาทยอยลงเรื่อยๆ ทั้งในกระทู้นี้
และใน album ที่อยู่ใน page ของ Po-40 คือ
www.facebook.com/Po.Forty

ขอบคุณมากครับ
Po-40
บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 04:12:07 PM »




Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 001
กระจกสองข้างพับ/กาง เสร็จไม่พร้อมกัน


เป็นเพราะมุมฐานของกระจกมองข้าง
สองข้างนั้นกางไม่เท่ากัน

ในรถหลายรุ่นฐานของกระจกด้านคนขับ
จะกางออกเป็นมุมมากกว่า ข้างซ้าย

ของใน sienta มุมฐานกระจกโดยคร่าวๆ
ข้างขวา 75 องศา , ข้างซ้าย 65 องศา

จึงทำให้ใช้เวลาในการพับ/กาง นานกว่าเล็กน้อย
ไม่ได้เป็นผลมาจากความยาวสายไฟที่แตกต่าง
หรือการหมุนกลับทิศของมอเตอร์ ^_^

ในรถพวงมาลัยซ้ายจะกลับกันกับของเรา
ดังนั้นถ้าซื้อกระจกแต่ง รถบางรุ่น
ที่ขาซ้ายขวากางไม่เท่ากัน

ให้เช็คว่าเป็นของพวงมาลัยขวาหรือไม่
เพราะเคยมีเพื่อนสั่งกระจกแต่งที่
เป็นของรถพวงมาลัยซ้ายมาใส่
ปรับมุมเนื้อกระจกสุดๆยังไงก็ยังไม่พอดี
ต้องดัดแปลงขากระจกแก้มุม



สงวนลิขสิทธิ์ Po-40

บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 04:13:54 PM »




Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 002
กดปุ่ม START/STOP ตอนขับรถอยู่เครื่องจะดับไหม??


ปุ่ม START/STOP ของ Sienta
มีระบบป้องกันความปลอดภัยไว้ ให้เราแล้ว
ในระดับหนึ่ง ถ้าเราเผลอกดโดนปุ่ม
ในขณะที่ขับรถอยู่เครื่องยนต์จะ “ไม่ดับ”

เพราะเราไม่ได้กดปุ่มในขณะจอดหยุดนิ่ง
แต่ถ้าเกิดกรณีฉุกเฉินต้องการดับเครื่องในขณะรถเคลื่อนตัวอยู่
ทำได้ 2 คือวิธีคือ
1.กดปุ่มแช่ไว้เกิน 2 วินาที
2.กดปุ่มติดต่อกันรัวๆ 3 ครั้งขึ้นไป

หมายเหตุ : พวงมาลัยจะยังไม่ล็อคเพราะ
สถานะเปลี่ยนจาก ON เป็นแค่ ACC



สงวนลิขสิทธิ์ Po-40

บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 04:15:59 PM »





Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 003
การใช้ปุ่ดเปิด-ปิด การทำงาน TRC/VSC



ในขณะที่เราติดหล่มบางครั้งจำเป็นต้องปิดการทำงาน
ของ TRC เพราะหากเปิดการทำงานไว้
เครื่องยนต์จะถูกจำกัดกำลัง เมื่อล้อเกิดการหมุนฟรี
ทำให้ไม่มีแรงตะกุยขึ้นจากหล่ม

โดยการปิด/เปิด TRC ทำได้โดยการกดไปที่ปุ่มสั้นๆ แล้วปล่อย
ซึ่งถ้าเราขึ้นจากหล่มแล้วเกิดลืมกดปุ่มอีกครั้งเพื่อเปิด TRC
ตัวรถก็จะทำการกลับเปิด TRC ให้เองอัตโนมัติเมื่อความเร็ว
เพิ่มมากขึ้น (เท่าที่ลองจะอยู่ที่ประมาณใกล้ๆ 60 km/h)
หรือเมื่อดับเคริื่องแล้วสตาร์ทใหม่ระบบก็จะกลับมาเปิด
ใช้งานเองโดยอัตโนมัติ

เจ้าปุ่มที่ว่านี้นอกจากใช้ปิด TRC แล้วยังสามารถ
ปิดการทำงานของ VSC ได้โดยการกดปุ่มแช่ไว้ 3 วินาที
หรือมากกว่า ในขณะที่รถหยุดนิ่งอยู่
โดยการที่เรากดปุ่มแช่ 3 วินาทีนั้นจะเป็นการปิดการทำงาน
ของทั้ง VSC และ TRC ไปพร้อมกันทั้ง 2 ระบบ



สงวนลิขสิทธิ์ Po-40

บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 04:20:09 PM »




Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 004
ไฟหน้าอัตโนมัติเปิดตั้งแต่ยังไม่ทันมืด !!



Sienta และในรถทรงสูงอีกหลายรุ่น
จะมีพื้นที่กระจกคิดเป็นสัดส่วนค่อนข้างมาก
ทำให้รับแสงและความร้อนเข้ามาในรถมากกว่ารถประเภทอื่น
เจ้าของรถ Sienta จึงนิยมติดฟิล์มเข้มมากๆ เพื่อไม่ให้รถร้อน

แต่ทว่าตัวเซนเซอร์ที่ทำหน้าที่
รับแสงเพื่อใช้สั่งการให้มีการเปิด/ปิดไฟหน้านั้น
จะอยู่บริเวณบนคอนโซลใกล้กระจกหน้ารถ

เซนเซอร์จะต้องรับแสงผ่าน "กระจก+ฟิลม์" ที่ติดกระจกหน้า
ไม่ได้รับแสงผ่านกระจกหน้ารถโดยตรงแบบรถยุโรป

ดังนั้นความเข้มของฟิลม์หน้ารถ จึงมีผล
ต่อการทำงานของเซนเซอร์แสงในรถ sienta

โดยเซนเซอร์จะมองเห็นว่าในรถมืดกว่า
สภาพแสงภายจริงภายนอกรถ

ยิ่งฟิลม์เข้มมาก ก็ยิ่งมีผลมาก
ระบบไฟหน้าอัตโนมัติก็ทำงานก่อนเวลาอันควร

แนวทางในการปรับแก้จะทำได้ 2 ส่วน
คือ อันดับแรกใช้คอมพิวเตอร์ในการปรับตั้ง
จุดทำงานของเซนเซอร์แสง ให้ทำงานในระดับความสว่าง
ที่ต่ำลงกว่าค่าจากโรงงาน คือให้มืดกว่าเดิมค่อยสั่งการเปิดไฟ
(สามารถเซตได้ 5 ระดับคือ Normal , dark2 , dark1 , light1 , light2)

แต่ในบางคันที่ฟิลม์เข้มมาก แม้ปรับจุดทำงานของเซนเซอร์แล้ว
ก็ยังทำงานเร็วเกินไปมาก
กรณีนี้จะต้องเพิ่มปริมาณแสงที่ตกถึง
ตัวเซนเซอร์ให้มากขึ้นโดย เปลี่ยนหมวกครอบเซนเซอร์
ให้มีความใสมากขึ้น

อย่างที่แสดงในภาพ
ของเดิมจากโรงงานจะพบว่า
มีความเข้มสูงมากแสงส่องผ่านได้น้อย
อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นรุ่นสีชา หรือรุ่นสีคริสตัล ที่ใสกว่าของโรงงาน

หมายเหตุ : นอกจากจุดเริ่มทำงานของไฟหน้าอัตโนมัติ
ที่สามารถปรับให้มืดลง หรือสว่างขึ้นแล้ว รถบางรุ่นเรายังสามารถ
ปรับตั้งการ delay คือ เมื่อระดับแสงลดลงถึงจุดทำงานแล้ว
จะให้เปิดไฟหน้าทันที หรือหน่วงรอสักครู่ค่อยสั่งไฟทำงาน
เพื่อลดภาระการติด/ดับของไฟหน้าที่เร็วเกินไป
ตอนขับรถผ่านบริเวณแสงน้อยเป็นระยะเวลาสั้นๆ
เช่น ขับผ่านใต้สะพานลอย ไฟจะได้ไม่ติดๆดับๆบ่อยเกินไป


สงวนลิขสิทธิ์ Po-40
www.Po-40.com
บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 04:24:08 PM »




Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 005
ล็อครถด้วยรีโมทได้ แต่แตะเซนเซอร์บนประตูไม่ยอมล็อค !?



ตามปกติรถที่เป็น smart key
จะมีเสาอากาศรีโมทอยู่หลายจุดเพื่อทำหน้าที่
ตรวจจับว่ามีรีโมทอยู่ใกล้ๆรถหรือไม่
และตัดสินใจว่า รีโมทที่ตรวจพบนั้นอยู่บริเวณ
ในรถ (โซนสีเขียว) หรืออยู่นอกรถบริเวณประตูคนขับหรือประตูท้ายรถ (โซนสีเหลือง)
>> ในรถบางรุ่นอาจจะมีเสาอากาศรีโมทที่ประตูบานอื่นๆด้วย

การล็อครถด้วยการสัมผัส
ที่เซนเซอร์ล็อครถรถ
บนประตูคนขับหรือประตูท้ายนั้น
ตัวรถมีระบบความปลอยภัยป้องกันไว้
คือหากตรวจพบรีโมท อยู่ภายในรถ
จะไม่ยอมให้เราล็อครถ
ด้วยการสัมผัสเซนเซอร์ของระบบ smart entry
เพื่อป้องกันการสั่งล็อครถ โดยที่กุญแจยังอยู่ในตัวรถ (งานเข้า)

แต่เราถ้าจงใจจะทิ้งรีโมทไว้ในรถ 1 ตัว
แล้วจะล็อครถ ก็ยังสามารถทำได้
แต่จะต้องล็อคด้วยปุ่มบนตัวรีโมท

บางท่านอาจจะเจออาการนี้ตอนรับรถวันแรก
ที่จะได้กุญแจรีโมทมา 2 ชุด
แยกรีโมท 2 ดอกออกจากกัน
รีโมทดอกที่ 1 ก็จะใส่กระเป๋าพกติดตัว
และรีโมทดอกที่ 2 ก็จะใส่เก็บไว้ในตัวรถ
พอกลับเข้าที่บ้าน ก็จะพบอาการที่ว่า
เพราะรถตรวจพบว่ามีรีโมทอยู่ในโซนสีเขียว
ก็เลยไม่ยอมให้มีการล็อครถด้วยการ
แตะเซนเซอร์บนประตูคนขับ

หรืออีกกรณีที่อาจเจอได้บ้าง(แต่ไม่บ่อย)
ก็คือเราพกกุญแจที่ตัวเพียงดอกเดียว
แล้วไปจอดในที่จอดรถแคบๆ
พอลงจากรถแล้วยืนใกล้รถมากๆๆ
จะแตะเซนเซอร์บนประตูเพื่อล็อครถ
แล้วรถดันเกิดติดสินใจพลาด
"คิดว่า" กุญแจยังอยู่ในรถก็เลย
ไม่ยอมให้ล็อครถ แล้วส่งเสียงเตือนยาวๆ
กรณีนี้เพียงแค่เราขยับตำแหน่งที่ยืนเล็กน้อย
ก็จะสั่งล็อครถได้ตามปกติ




สงวนลิขสิทธิ์ Po-40
www.Po-40.com
บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2016, 08:55:47 AM »




Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 006
ฟังก์ชั่นประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ของกุญแจรีโมท


ระบบกุญแจรีโมทแบบ Smart key นั้น
จะมีการส่งคลื่นวิทยุติดต่อกับตัวรถ เพื่อ
เช็คว่าเข้ามาอยู่ในระยะเพื่อให้ระบบ smart entry
ระบบ push start เริ่มทำงานตามเงื่อนไข

โดยเราจะสังเกตได้ว่าเวลาเราถือกุญแจเข้ามาใกล้ตัวรถ
LED บนตัวรีโมทจะกระพริบ บอกให้รู้ว่า
อยู่ในระยะ  ที่ตัวรถกับรีโมทหากันเจอ

ซึ่งจะต่างจากรีโมทปกติที่จะกินพลังงานหลักๆ
เฉพาะตอนที่กดปุ่มรีโมท ทำให้รีโมทธรรมดา
มีอายุการใช้งานนานหลายปี

สำหรับอายุใช้งานของแบตเตอรี่รีโมท smart key
ของ Toyota มักจะเขียนแจ้งในคู่มือรถไว้ว่ามีอายุ
การใช้งานประมาณ 1-2 ปี ซึ่งในทางปฏิบัติจะ
น่าจะอยู่ได้ถึง 3 ปี ไม่ได้หมดเร็วแบบของรถยุโรป

ทีนี้รีโมทดอกสำรองที่เราไม่ค่อยได้เอามาใช้
เราสามารถตั้งค่าให้มันอยู่ในโหมดประหยัดพลังงานได้
โดยการกดปุ่ม Lock ค้างไว้ พร้อมกับกดปุ่ม
Unlock 2 ครั้ง แล้วก็ปล่อยมือออก


ซึ่งถ้าเรากดเข้าโหมดประหยัดพลังงานสำเร็จ
จะมีไฟ LED บนตัวรีโมทกระพริบ 4 ครั้ง
เป็นการยืนยัน

การเข้าสู่โหมดนี้จะสิ้นเปลืองพลังงาน
น้อยที่สุด เพราะกุญแจจะหยุดการจ่าย
คลื่นวิทยุ 

นั่นความความว่า ต่อให้ถือรีโมท
เข้ามาในระยะของตัวรถ
 รถจะไม่ทราบว่ามีกุญแจดอกที่ว่าอยู่ในระยะ
ระบบ smart entry และ push start
จะไม่ทำงาน จากกุญแจดอกดังกล่าว

ทีนี้ถ้าเราอยากจะนำรีโมทอันที่ตั้งค่าให้
อยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน
ออกมาใช้งาน ก็จะต้องตั้งค่ารีโมท
ให้กลับสู่โหมดปกติเสียก่อน
ด้วยวิธีการง่ายๆ เพียงกดปุ่มใดปุ่มหนึ่งบนรีโมท
มันก็จะกลับเข้ามาทำงานในโหมดปกติทันที



สงวนลิขสิทธิ์ Po-40
www.Po-40.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 05, 2017, 09:51:08 AM โดย Po-40 » บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2017, 09:22:40 AM »




Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 007
ยางขอบประตู ของธรรมดาที่ไม่ธรรมดา !!


ระบบประตูไฟฟ้าของ SIENTA นั้น
มีระบบความปลอดภัยเพื่อป้องกัน
การบาดเจ็บจากการโดนหนีบ

ซึ่งนอกจากจะตรวจสอบจากโหลดของมอเตอร์
ว่าสูงเกินหรือไม่แล้ว ยังมีการตรวจสอบเพิ่มเติม
โดยใช้อุปกรณ์หน้าตาคล้ายยางขอบประตูแบบพิเศษ
ที่เรียกว่า “เซนเซอร์สัมผัส” ที่แสดงเป็นเส้นสีน้ำเงิน
อยู่บริเวณขอบของประตูหลังตามตำแหน่งในภาพ

โดยค่าโหลดการทำงานของมอเตอร์ที่จะสั่งให้หยุดการทำงาน
จะตั้งเอาไว้สูงสักหน่อย (ตัดยากหน่อย) เผื่อเรื่องความฝืด
และการจอดรถบนทางลาด แต่ถ้ามีอะไรมาขวาง
เจ้า “เซนเซอร์สัมผัส” จะตรวจจับได้ก่อนและสั่งถอยประตูออก
และหยุดการทำงานก่อนที่เราจะได้รับบาดเจ็บ

การทำงานของเซนเซอร์สัมผัสนั้น ในภาพด้านบน
จะแสดงภาพหน้าตัดเพื่อให้เห็นภายในของตัวเซนเซอร์

โดยถ้าประตูกำลังทำงานอยู่และไม่มีอะไรมากีดขวาง
ตัวนำไฟฟ้าที่อยู่ภายใน (ที่แสดงในภาพด้วยสีแดง)
แต่ละฝั่งจะแยกห่างออกจากกัน
แต่ถ้ามีอะไรมาขวาง ยางที่ว่านี้จะถูกบี้ลง
ทำให้ตัวนำไฟฟ้าแตะเข้าหากัน ระบบควบคุมประตูก็จะ
ทราบทันทีว่ามีวัตถุมาขวางการทำงานหรือมีการโดนหนีบเกิดขึ้น
ซึ่งก็จะสั่งเลื่อนประตูถอยออกประมาณ 10 cm และหยุดทันที
พร้อมกับส่งเสียงเตือนประมาณ 2 วินาที

** ดังนั้นการเอาวัตถุไปสอด ไปแปะเพิ่มเพื่อดัดแปลง
ยางยางขอบประตูในบริเวณนี้ มีโอกาสทำให้การทำงาน
ของประตูไฟฟ้า/ระบบป้องกันการหนีบทำงานผิดปกติได้


สงวนลิขสิทธิ์
www.Po-40.com
บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2017, 04:06:29 PM »




Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 007
ยางขอบประตู ของธรรมดาที่ไม่ธรรมดา !!


บ่อยครั้งที่เราจะได้ยินคนพูดว่า
เติม E10 วิ่งได้ระยะทางมากกว่า E20
แต่ราคา ของ E10 ก็แพงกว่า E20
แล้วทีนี้ จริงๆแล้วเติมอะไรประหยัดกว่ากัน?

การที่จะเปรียบเทียบว่าน้ำมันตัวไหนประหยัดกว่า
จะต้องทำให้อยู่บนหน่วยเดียวกันเสียก่อน
จึงจะเปรียบเทียบกันได้ง่าย

หน่วยกลางที่จะช่วยให้เปรียบเทียบกันง่ายๆก็คือ
คำนวณหาค่าน้ำมันแต่ละประเภทต่อระยะทางที่วิ่งได้ 1 km
ซึ่งของไทยเราก็คือ คิดออกมาเป็น “บาท ต่อ km” (บาท/km)

โดยเราอาจจะใช้การเติมน้ำมันเต็มถัง รีเซตทริป
แล้วใช้งานวิ่งไปเรื่อยๆจนน้ำมันเหลือน้อย
แล้วเติมน้ำมันกลับให้เต็มถังเอา เอาราคาน้ำมันที่จ่าย
หารด้วยระยะทางเป็น km ที่วิ่งได้
ก็จะคำนวณหา “บาท/km” ของน้ำมันที่เราใช้อยู่ได้
ในช่วงเวลานั้นๆ  แล้วลองกับน้ำมันหลายๆประเภท
เพื่อหาดูว่าอันไหนโดยเฉลี่ยในการใช้งานรูปแบบเดียวกัน
ได้ค่า บาท/km น้อยสุด แสดงว่าน้ำมันนั้นประหยัดสุด

แต่ปัญหาก็คือ ราคาน้ำมันที่ผันผวน
มีการปรับราคาขึ้นลงอยู่บ่อยครั้ง
ทำให้ราคาขายปลีก (บาท/ลิตร) ไม่คงที่
การเก็บข้อมูลอาจจะยากขึ้น

วิธีหนึ่งที่ทำได้แบบง่ายๆคือ
อาศัยสถิติข้อมูลบนมาตรวัตรที่แสดง
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย
เป็น Km/L (avg) ของน้ำมันแต่ละประเภท
ในรูปแบบการขับขี่เหมือนๆกัน

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราจำได้ว่าในหลายถังที่ผ่านมา
หากเติม E10 ตัวเลขค่าเฉลี่ยบนมาตรวัดรถเรา
จะโชว์อยู่ประมาณ 14 Km/L
และถ้าเติม E20 ตัวเลขจะโชว์
อยู่ประมาณ 13 Km/L

จากนั้นให้เราเอาราคาน้ำมัน
แต่ละแบบ ซึ่งคือ Baht/L
มาหารด้วยค่า Km/L ของการใช้น้ำมันนั้นๆ

ตัวอย่างเช่น ราคาน้ำมันวันนี้
E10 = 26.25 Baht/L
E20 =  23.74 Baht/L

ลองคำนวณ บาท/Km ของ E10
26.25/14 = 1.87 Baht/Km

ลองคำนวณ บาท/Km ของ E20
23.74/13 = 1.83 Baht/Km

จะเห็นว่า 1.87 > 1.83 ดังนั้น
ถ้าเป็นแบบนี้เติม E20 ประหยัดกว่า
เพราะใน 1 km จ่ายค่าน้ำมันเพียง 1.83 บาท
ในขณะที่เติม E10 จะต้อง
จ่ายถึง 1.87 บาทต่อระยะทาง 1 Km

-----------------------------------

ทีนี้ถ้าราคาน้ำมันมีการปรับเปลี่ยนไป
เช่น
E10 = 35 Baht/L
E20 = 34 Baht/L

ลองคำนวณ “บาท/Km ของ E10”
35/13 = 2.50 Baht/Km

ลองคำนวณ “บาท/Km ของ E20”
33/11 = 2.62 Baht/Km

กรณีนี้จะเห็นว่า 2.50 < 2.62 คือ
ถ้าเป็นแบบนี้เติม E10 ประหยัดกว่า
เพราะใน 1 km จ่ายค่าน้ำมันเพียง 2.50 บาท
ในขณะที่เติม E20 จะต้อง
จ่ายถึง 2.62 บาทต่อระยะทาง 1 Km


ข้อสังเกตุ
น้ำมันตัวไหนจะประหยัดกว่าขึ้นอยู่กับ
ราคาน้ำมันในขณะนั้นๆ และ Km/L ของ
การใช้น้ำมันแต่ละประเภท ซึ่งแต่ละคนมี
รูปแบบเส้นทางการใช้งาน หรือพฤติกรรม
ในการขับที่แตกต่างกัน ตัวเลข Km/L
ของแต่ละท่านสำหรับน้ำมันแต่ละแบบก็แตกต่างกัน

ดังนั้นโดยสรุปน้ำมันแบบไหนจะประหยัดกว่า
จะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานแต่ละคน
และราคาน้ำมันที่นำมาเปรียบเทียบกันในเวลานั้นด้วย

สงวนลิขสิทธิ์
www.Po-40.com
บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2017, 01:19:31 PM »






Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 009
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย-แอร์อัตโนมัติของ Sienta


เวลาที่เรามากดปุ่มปรับ เพิ่ม/ลด ความแรง
ของพัดลมแอร์ด้วยตัวเอง ถ้าสังเกตจะพบว่า
เราสามารถปรับระดับความแรงพัดลม
ที่แตกต่างกันได้ 7 ระดับ   

แต่ถ้าเราปล่อยให้มันทำงานเอง
ใน “โหมดออโต้”  คือไฟ LED สีเขียว
ที่อยู่เหนือคำว่า AUTO ติดอยู่
กล่องควบคุมของระบบแอร์
สามารถปรับระดับความแรง
ของพัดลมได้ละเอียดมากขึ้นถึง
31 ระดับ เพื่อความแม่นยำที่มากขึ้น*

 emo_49  emo_49  emo_49

ตามปกติปุ่มอากาศหมุนวน
จะต้องอยู่ในสถานะมีไฟ LED สีเขียวติดอยู่ตลอด
ซึ่งคือ ไม่เอาอากาศภายนอกรถเข้ามา
แต่เอาจะอากาศภายในรถซึ่งถูกทำความเย็นอยู่แล้ว
มาวนทำความเย็นกลับออกมาใหม่เรื่อยๆ

แต่ความฉลาดของแอร์ออโต้ของ Sienta
ก็คือตอนที่เราดับเครื่องแล้ว
กล่องควบคุมแอร์จะเปลี่ยนไปเป็น
โหมดอากาศภายนอกให้เองโดยอัตโนมัติ
เพื่อช่วยระบายอากาศตอนที่จอดรถไว้
พอกลับมาสตาร์ทรถ
ก็จะกลับมาอยู่ที่โหมดเดิม
คืออากาศหมุนวนภายในรถ
โดยอัตโนมัติตามที่เราตั้งไว้**

สงวนลิขสิทธิ์
www.Po-40.com
บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2017, 01:44:34 PM »






Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 010
ECU ควบคุมไฟส่องสว่าง ของไฟหน้า LED


ใน Sienta ที่ใช้ไฟหน้าแบบ LED นั้น
จะมีชุด ECU ควบคุมไฟส่องสว่าง
อยู่ที่โคมไฟหน้าแต่ละข้าง โดยจะทำหน้าที่
คอยตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นว่ามี
การลัดหรือเปิดวงจรทางด้านเอาท์พุท
หรือแหล่งจ่ายไฟมีแรงดันสูงหรือต่ำไป
จากค่าปกติ (10-16 V) หรือไม่
ช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับชุดไฟหน้า

นอกจากนี้ยังช่วยรักษา ระดับความสว่าง
ไม่ให้แกว่งขึ้นลงตามแรงดันไฟที่ไม่คงที่
โดยการควบคุมกระแสเอาท์พุทที่ส่งไป
ยังหลอด LED ให้อยู่ในระดับที่กำหนด

สงวนลิขสิทธิ์
www.Po-40.com
บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2017, 02:15:02 PM »






Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 011
การทำงานของพัดลมระบายความร้อน


พัดลมระบายความร้อนของ Sienta นั้น
จะทำงานตามการคำสั่งของ ECM  ที่ไป
สั่งการควบคุม Relay พัดลม No.1 และ No.2

ซึ่ง Relay พัดลม No.1 จะทำหน้าที่เป็นตัว
เปิด/ปิดการทำงาน ของพัดลมโดยการตัดต่อ
ไฟที่จ่ายเข้าขั้วบวกของพัดลม

ส่วน Relay พัดลม No.2 
จะเชื่อมต่ออยู่กับขั้วลบของพัดลมระบายความร้อน
ทำหน้าที่ปรับความเร็วของพัดลม
โดยการเลือกเส้นทางการเชื่อมต่อ
ขั้วลบของพัดลมว่าจะไปเชื่อมต่อกับอะไร

โดยถ้าเชื่อมต่อขั้วลบของพัดลม
ไปต่อลง Ground โดยตรง
พัดลมจะหมุนด้วยความเร็วสูง

แต่ถ้าสลับไปต่อขั้วลบของพัดลม
ลง Ground ผ่าน Resistor ที่อนุกรมอยู่
ซึ่งจะจำกัดกระแสให้น้อยลง
ทำให้พัดลมหมุนช้าลง (ความเร็วต่ำ)

จากการทำงานร่วมกันของ Relay พัดลม No.1 และ No.2
จะทำให้พัดลมระบายความร้อน ทำงานได้ 3 สถานะ
คือ 1.หยุดการทำงาน 2.หมุนด้วยความเร็วต่ำ 3.หมุนด้วยความเร็วสูง

โดย ECM จะสั่งการ Relay ทั้งสอง
เพื่อให้พัดลมทำงานอยู่ในสถานะใด
นั้นจะมาจากคำสั่งร้องขอการควบคุมพัดลม
จากชุดแอมปลิฟายเออร์เครื่องปรับอากาศ และ เซนเซอร์อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น

- ถ้าอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นมีค่าต่ำ(ปกติ) พัดลมก็จะทำงานตามคำร้องขอ
       จากชุด แอมปลิพายเออร์แอร์ คือ หยุด / ความเร็วต่ำ / ความเร็วสูง
- แต่ถ้าอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นอยู่ในระดับสูง (ร้อน)
        พัดลมจะถูกสั่งให้ทำงานที่ ความเร็วสูง เพียงอย่างเดียว
        จนกว่าอุณภูมิจะลดระดับต่ำลงมาอยู่ในระดับปกติ


สงวนลิขสิทธิ์
www.Po-40.com
บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2018, 12:34:04 PM »






Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 012
กลไกเปลี่ยนเกียร์เดินหน้า/ถอยหลัง


เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า
กลไกในการเปลี่ยนอัตราทด
ของเกียร์ CVT ใน Sienta
นั้นใช้พูลเล่ย์และสายพานเหล็ก
โดยการบีบ-ถ่าง เพื่อให้จุดสัมผัส
ของสายพานเหล็กกับพูลเลย์
มีรัศมีแตกต่างกันได้หลายค่า
ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนอัตราทด
ได้อย่างต่อเนื่อง และมากมายหลายค่า
จึงทำให้สามารถเลือกใช้อัตราทด
ที่เหมาะสมที่สุด ณ ขณะนั้น

แต่ทว่าลำพังพูลเลย์กับสายพานเหล็ก
มันจะหมุนกลับทิศได้อย่างไร
ในตอนที่เราเข้าเกียร์ R (ถอยหลัง)
หลายท่านคงมีข้อสงสัยตรงนี้ใช่ไหมครับ?

>>แน่นอนว่าจะต้องมีอุปกรณ์
อะไรบางอย่างเพิ่มเข้ามา
โดยกลไกในการหมุนกลับทิศนั้น

จากเครื่องยนต์จะส่งกำลังมาที่
 torque converter
แล้วยังไมได้วิ่งเข้าชุดพูลเลย์หลักโดยตรง
แต่จะมีชุดเฟืองแพลนเน็ตตารี่
แบบพิเนียนคู่ เข้ามาคั่นกลาง

โดยชุด planetary จะประกอบด้วย
ประกอบด้วย sun , carrier , ring
โดยรับกำลังเข้าทาง sun (สีน้ำเงิน) 
และส่งกำลังออกไปทาง carrier (สีเหลือง)
โดยจะมีคลัตช์ (สีเขียว) และเบรค (สีแดง)
เป็นตัวบังคับทิศทางการทำงาน
โดยจะสลับกันทำงานดังนี้

ที่ตำแหน่งเกียร์ D (เดินหน้า)
คลัตช์ (สีเขียว) ทำงาน แต่ เบรค(สีแดง) ไม่ทำงาน
ในกรณีนี้เมื่อคลัช์หน้า(สีเขียว)ทำงาน
ทั้ง sun (สีน้ำเงิน)  และ carrier (สีเหลือง)
จะเสมือนถูกบังคับให้ติดกัน
และหมุนไปพร้อมกันด้วยความเร็วเดียวกัน
ส่วน ring นั้นเบรค (สีแดง)
ไม่ได้ทำงานจับมันให้อยู่นิ่ง จึงหมุนได้อิสระ
และเมื่อ 2 ใน 3 ชิ้นของ planetary
ถูกบังคับให้หมุนพร้อมกัน
ส่วนที่ 3 คือring จะเสมือนถูกบังคับ
ให้หมุนไปพร้อมๆกันหมดในทิศทาง
เดียวกับ input ด้วย

ทำให้พูลเลย์หลัก
ซึ่งรับกำลังจาก carrier (สีเหลือง)
จึงหมุน "ทิศเดียวกัน" กับ input



ที่ตำแหน่งเกียร์ R (ถอยหลัง)
คลัตช์ (สีเขียว) ไม่ทำงาน แต่ เบรค(สีแดง) ทำงาน

ในกรณีนี้เมื่อเบรคสีแดง ทำงานจะทำให้
ring (สีม่วง) ถูกบังคับให้หยุดนิ่งอยู่กับที่

ส่วนคลัช (สีเขียว) ไม่ทำงาน
sun (สีน้ำเงิน) กับ carrier (สีเหลือง)
จึงไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องหมุนไปพร้อมกันแล้ว
เมื่อ input เข้ามาที่ sun (สีน้ำเงิน) ขบมาที่
เฟืองพิเนียน ตัวที่ 1 และ 2 (สีเหลือง)
แล้วมาขบเจอกับ ring (สีม่วง) ที่ถูกจับให้หยุดนิ่ง
แขนที่ยึดเฟืองพิเนียนทั้งสอง คือ carrier (สีเหลือง)
จึงหมุนกลับทิศกับ input

ทำให้พูลเลย์หลัก
ซึ่งรับกำลังจาก carrier (สีเหลือง)
จึงหมุน "กลับทิศ" กับ input



ส่วนตอนที่เกียร์อยู่ที่ตำแหน่ง N
ทั้ง คลัตช์ (สีเขียว) และเบรค (สีแดง) ไม่ทำงาน
จึงไม่มีการส่งกำลังออกไปยังพูลเลย์หลัก

สงวนลิขสิทธิ์
www.Po-40.com
บันทึกการเข้า
Po-40
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 429



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2018, 06:51:32 PM »






Po-40 : Seinta เกร็ดความรู้ 013
กดปุ่มล็อคบนรีโมทได้เลย ไม่ต้องรอประตูสไลด์ปิดเสร็จ !!


หลายท่านที่ใช้ Sienta รุ่น V
อาจจะเคยพบปัญหา
ที่จะต้องรอเป็นเวลานาน
กว่าประตูหลังจะสไลด์ปิดเสร็จ
เราถึงจะไปแตะเซนเซอร์
ตรงมือจับประตูเพื่อล็อครถได้


 rolleyes rolleyes rolleyes rolleyes rolleyes
เพราะตามปกติเราจะสั่งล็อครถได้
ก็ต่อเมื่อประตูปิดสนิทครบทุกบานแล้ว
(รวมถึงประตูหลังด้วย)


 emo_14
แต่ในความเป็นจริงแล้ว Sienta รุ่น V
มีฟังก์ชั่นพิเศษอยู่ตัวหนึ่งซึ่งเรียกกว่า
“ฟังก์ชั่นล็อคคงการทำงาน”
ชื่อภาษาไทยอาจจะฟังดูประหลาดสักหน่อย
แต่การทำงานโดยสรุปให้เข้าใจง่ายๆก็คือ


เป็นฟังก์ชั่นที่ทำให้เราล็อครถได้
แม้ว่าประตูสไลด์จะยังปิดไม่เสร็จดี
(แต่ประตูหน้า/ท้ายต้องปิดสนิทแล้วนะครับ)


โดยเมื่อคนนั่งหลังลงจากรถเสร็จ
ให้สั่งปิดประตูสไลด์
พอประตูสไลด์เริ่มเลื่อนปิดเข้ามา
ตอนนี้เราก็ควักรีโมทมากดปุ่มล็อค
ได้เลยทันทีโดยไม่ต้องให้ประตูเลื่อนปิดจนเสร็จ


ซึ่งจริงๆแล้วตอนที่เรากดปุ่มล็อคบนรีโมทนี้
ตัวรถจะล็อคตัวเองเรียบร้อย
แต่ยังไม่มีไฟหรือเสียงตอบรับใดๆ
จนกระทั่งประตูสไลด์เลื่อนปิดเสร็จ
รถจึงจะยืนยันเราด้วยไฟกระพริบ 1 ที
แล้วเสียบ Beep 1 ครั้ง


 emo_01 emo_01 emo_01
ซึ่งถ้า Sienta คันที่ได้ติดตั้ง
ระบบพับกระจกอัตโนมัติ
ของ Po-40 ไปเรียบร้อยแล้ว
ตอนที่เรากดปุ่มล็อคที่รีโมท
ในระหว่างประตูกำลังสไลด์


กระจกจะถูกสั่งพับทันทีเพื่อ
ยืนยันว่ารถได้ตอบรับคำสั่งล็อค
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไม่ต้องรอเสียง Beep กับไฟกระพริบตอน
ประตูสไลด์ปิดเสร็จ




สงวนลิขสิทธิ์
www.Po-40.com
12 ต.ค. 2561

บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!